วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การดูแลผิวหน้าตามสภาพผิว

        ในการบำรุงผิวหน้าของเรานั้น เราควรดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวเราด้วย เพราะผิวแต่ละประเภทนั้นต้องการการดูแลแตกต่างกันไป  ดังนี้ 



http://www.never-age.com/

           1.ผิวแห้ง เป็นลักษณะผิวที่ขับน้ำมันออกมาน้อยจึงทำให้ผิวขาดน้ำมัน ความชุ่มชื่นและแห้งเป็นขุย ผิวหยาบกร้าน ซีดเซียว เกิดริ้วรอยได้ง่าย วิธีการบำรุงรักษาผิวเป็นพิเศษโดยใช้ครีมที่เพิ่มความชุ่มชื่นและดูแลผิวให้มากในช่วงที่มีอากาศแห้งของฤดูหนาวเพราะน้ำมันและเหงื่อจะถูกขับออกมาค่อนข้างน้อยจึงทำให้ผิวเกิดอาการแสบคันได้

เคล็ดลับการล้าง ให้สะอาดของคนที่มีผิวแห้ง
                 1. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนเพื่อขจัดเครื่องสำอางที่ตกค้างและเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้แก่       คลีนซิ่งโฟมสูตรอ่อนโยนเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติของผิวและห้ามใช้สบู่ล้างหน้า    วิธีการล้างหน้าในตอนเช้าต้องล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์หรือล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ส่วนตอนเย็นต้องใช้คลีนซิ่งครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้วต้องล้างซ้ำด้วยน้ำเย็นเพื่อให้ผิวสดชื่นขึ้นและเกิดความยืดหยุ่น
         2.   มาส์กหน้าเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ตกค้างในรูขุมขน

การบำรุงผิวขั้นพื้นฐานของคนที่มีผิงแห้ง
               1.  ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้งและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิวและเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว
        2.   ทาเอสเซ้นส์และครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น
        3.  ทาอายครีมบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากด้วยการแต้มครีมเบาๆจากหางตาลากมาหัวตาแล้วกดเบาๆ 
        4.   ทาครีมบำรุงผิวที่ลำคอเพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่น โดยทาจากฐานลำคอขึ้นไปควรทาในช่วงกลางคืน

การบำรุงพิเศษของคนที่มีผิวแห้ง
    1.  ทามาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว
    2.  ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งที่ล้างหน้า
    3.   กระตุ้นผิวด้วยการนวดโดยใช้เอสเซ้นส์ผสมกับครีมบำรุงผิวในอัตราส่วน 1:2 เพื่อกำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพและกระตุ้นระบบการไหลเวียนของโลหิต
    4.  ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีสารเรตินอลและวิตามินอีก่อนนอนและงดการอบซาวน่าผิวหน้า
    5.  ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

http://www.tsgclub.com/13982

      2.ผิวมัน  เป็นลักษณะผิวที่ขับน้ำมันออกมามากจึงทำให้รูขุมขนกว้าง เครื่องสำอางลบเลือนได้ง่าย สีผิวมองคล้ำและเป็นสิวได้ง่ายโดยเฉพาะตรงทีโซนหน้าผากและจมูก สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวมันและเป็นสิวคือ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาการท้องผูก กินอาหารที่มีไขมันสูงและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เครื่องสำอางที่ตกค้างขัดขวางการหายใจของผิวและมลภาวะข้างนอก เป็นต้น
  

 เคล็ดลับการล้างหน้าให้สะอาดสำหรับคนที่มีผิวมัน          
             1. ควรล้างหน้าหลายๆครั้งเพื่อขจัดความมันโดยใช้คลีนซิ่งครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของเม็ดบิดหรือสครับ หรือดิปคลีนซิ่งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
             2.  เริ่มต้นด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขน กำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพและสิ่งสกปรกและรักษาความยืดหยุ่นของผิวไว้  และจบด้วยน้ำเย็นเพื่อทำให้ผิวยืดหยุ่นและกระชับรูขุมขนในตอนเช้าควรใช้คลีนซิ่งโฟม และกลางคืนควรใช้คลินเซอร์ชนิดฟองและน้ำนม


  การบำรุงผิวขั้นพื้นฐานของคนที่มีผิวมัน
              1. ควรบำรุงผิวให้ครบขั้นตอนดังนี้ใช้โทนเนอร์ โลชั่น เอสเซ้นส์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว
            2. งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือใช้เอสเซ้นส์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมัน
            3. ควรเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และมีน้ำมันน้อย

การบำรุงผิวพิเศษสำหรับคนที่มีผิวมัน
             1.  ควรทำความสะอาดรูขุมขนด้วยการประคบด้วยผ้าขนหนูชุปน้ำอุ่น หลังจากนั้นนวดด้วยโลชั่นควบคุมความมันเพื่อช่วยกระชับรูขุมขน
           2. ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพด้วยการพอกหน้าด้วยมาส์กหน้าชนิดลอกออกหรือชนิดล้างออกสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งแล้วพอกหน้าด้วยมาส์กชนิดโคลน    สำหรับการเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวควรจะนวดหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งด้วยการใช้อิมัลชั่นสำหรับคนที่มีผิวมั สูตรการพอกหน้าจากธรรมชาติเพื่อช่วยกระชับรูขุมขนจากเกาลัดญี่ปุ่น ไข่ขาวและแครอท หรือ แอ็ปเปิ้ล โสม หินภูเขาไฟ โคลนพอกหน้า
              3.  ควรเข้าอบซาวน่าผิวหน้าและขัดผิวด้วยเกลือขัดผิวและควรทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอและวิตามินบีหรือการทานผักและผลไม้สดเช่น ผักโขม กะหล่ำปลี เห็ดหอม สาหร่ายทะเล เป็นต้น
            4. หลีกเลี่ยงความเครียดและนิสัยชอบแคะ แกะ เกาใบหน้าเมื่อเป็นสิว งดอาหารมันและหวาน เหล้าและบุหรี่

         3.ผิวผสม เป็นลักษณะของผิวที่มีการหลั่งน้ำมันไม่สมดุล สภาพผิวแต่ละส่วนจึงแตกต่างกัน โดยผิวจะมันบริเวณทีโซน ในขณะที่บริเวณรอบดวงตาและแก้มมักจะแห้งหรือลอกเป็นขุย สภาพผิวเช่นนี้จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล การบำรุงรักษาจึงทำได้ยาก

http://careandliving.com/
การล้างหน้าให้สะอาดสำหรับคนที่มีผิวผสม
             1.  ประคบหน้าด้วยผ้าชุปน้ำอุ่น 5 นาทีและล้างหน้าด้วยดิปคลีนซิ่งเพื่อกระชับรูขุมขน
            2.  นวดคลีนซิ่งโลชั่นเบาๆบริเวณแก้มและรอบดวงตา จากนั้นใช้ดีปคลินซิ่งชำระล้างนำมันส่วนเกินที่ตกค้างในรูขุมขนและสิ่งสกปรกบริเวณทีโซน 2 ครั้ง
             3.   ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด

การบำรุงผิวขั้นพื้นฐานสำหรับคนที่มีผิวผสม
         1.  ดูแลผิวบริเวณทีโซนด้วยวิธีดูแลแบบผิวมันใช้ผลิตภัณฑ์กระชับรูขุมขนและควบคุมความมัน
          2. ผิวบริเวณรอบดวงตาและแก้มทาเอสเซ้นส์เพื่อความชุ่มชื่นและครีมสำหรับผิวแห้ง

      
 การบำรุงผิวแบบพิเศษสำหรับคนที่มีผิวผสม
          1.  มาส์กหน้าบริเวณทีโซนเพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินและเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ
         2. มาส์กหน้าเพิ่มความชุ่มชื่นและบำรุงผิวรอบดวงตาและบริเวณแก้ม
         3.  ในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ลมพัดแรงหรืออุณหภูมิต่ำ ผิวมักจะแห้งตึงมากขึ้น ควรมาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น หากบริเวณแก้มมีรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยควรนวดผิวเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
         4.  ควรดูแลผิวทั้งสองโซนให้สมดุลเพราะอาจจะทำให้ทีโซนมันมากขึ้นหรือยูโซนแห้งตึงมากขึ้นได้


         4.ผิวแพ้ง่าย เป็นลักษณะของผิวที่บอบบาง แพ้ง่ายโดยเฉพาะการแพ้เครื่องสำอาง ผิวประเภทนี้มักจะเกิดริ้วรอยและเหี่ยวแห้งก่อนวัยได้ง่าย สาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ มลภาวะ ความเครียด การออกกำลังกายหักโหมเกินไป การดื่มเหล้า แสงแดด สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขาดสารอาหาร

การบำรุงผิวขั้นพื้นฐานสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
            1.   ทดสอบอาการแพ้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสีเจือปน
            2.  เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารระคายเคืองเพื่อรักษาค่า PH ของผิวและป้องกันการอักเสบของผิว
           3. ระวังเรื่องความสะอาดควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ก่อให้เกิดการแพ้น้อยที่สุด

      การบำรุงผิวแบบพิเศษสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
            1.   ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย
           2.    ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาการสูญเสียภูมิต้านทานจากปัญหาด้านกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
           3. งดใช้เครื่องสำอางที่มีสารก่ออาการแพ้
           4. ควรทานผักและผลไม้ให้ครบทั้ง 5 หมุ่เช่นผักผลไม้ปลอดสารพิษและวิตามินและแร่ธาตุ

          http://www.tsgclub.com/28425      
   
               เห็นรึยังคะว่า สภาพผิวหน้าแต่ละประเภทมีวิธีการดูแลและการบำรุงที่แตกต่างกันออกไป  คุณสาวๆควรเลือกวิธีการดูแลให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณ แล้วคุณก็จะมีใบหน้าที่ขาวใส ไร้จุดด่างดำ ไร้ริ้วรอย เป็นทีี่น่าดึงดูดของคนรอบข้าง


ที่มา
http://www.naturerich.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539504131&Ntype=9

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการดูแลผิวหน้า

         เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพผิวหน้าดูแก่ เหี่ยวย่น โทรม และปัญหาอีกมาย  ซึ่งจะส่งผลให้คุณขาดความมั่นใจ ไปไม่น้อยเลยทีเดียว  วันนี้เรามีเคล็ดลับที่ไม่ลับมาฝากคุณสาวๆ กับการดูแลผิวหน้าให้สวยใส มาฝากกันค่ะ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ


      คุณเคยสังเกตไหมว่าหากช่วงไหนที่คุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ช่วงนั้นผิวของคุณจะดูเปล่งปลั่งสดใสเป็นพิเศษ แถมรอยคล้ำใต้ตายังดูจางลงอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะช่วงเวลานอนเป็นช่วงที่ร่างกายทำงานน้อยที่สุด และเป็นเวลาที่ร่างการผลิตเซลล์ผิวใหม่นั่นเอง จึงเป็นการพักผ่อนฟื้นฟูสภาพผิวของคุณไปในตัว ดังนั้นคุณจึงควรนอนหลับให้สนิทโดยปราศจากสิ่งรบกวนใด ๆ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงนะคะ                        

2. น้ำเย็นช่วยได้

     นอกจากการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ๆ ในตอนเช้าจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นแล้ว  การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นยังช่วยลดความบวมของหน้าในช่วงเพิ่งตื่นนอนได้ด้วย เพราะฉะนั้นคุณสาวๆควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเย็น ๆ ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านทุกวันนะคะ สังเกตง่ายๆพวกสาวๆเกาหลี สาวญี่ปุ่น มักจะผิวขาวใส ส่วนหนึ่งก็มาจากการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นในทุกเช้านั้นเองค่ะ


3. หมั่นดูแลผิวเป็นประจำ

     หากผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งสดใสอยู่เสมอ คุณก็จะสวยเด่น และเด็กกว่าอายุจริงได้อีกหลายปี โดยไม่ต้องพึ่งการแต่งหน้าอะไรเลย  เพื่อให้ผิวของคุณดูสวยใสอยู่ตลอดเวลา และในส่วนของการดูแลบริเวณผิวหน้าแต่ละครั้งนั้น คุณควรทำความสะอาดใบหน้าด้วยคลีนเซอร์ ก่อนจะนวดเบา ๆ ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อให้ผิวดูสดชื่นอยู่เสมอ ที่สำคัญ ครีมทาผิวหน้า ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ด้วยนะคะ

4. ดื่มน้ำให้มาก ๆ

      

     การดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์มากมาย  เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณสาวๆมีผิวที่ดูสดใสขึ้นแล้ว ยังดีต่อสุขภาพเพราะเป็นการช่วยล้างพิษในร่างกายอีกด้วย คุณสาว ๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 9 แก้ว ในขณะที่หนุ่ม ๆ ควรดื่มวันละ 13 แก้ว ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ และถ้าจะให้ดีคุณควรมีกระติกน้ำ ติดตัวเพื่อจะทำให้เกิดความเคยชินในการดื่มน้ำ

5. ปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด

      ก่อนออกจากบ้านคุณสาวๆควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะไปไหน เพราะแสงแดดแรง ๆ นั้นส่งผลเสียกับผิวของคุณมากกว่าที่คิด เนื่องจากแดดแรง ๆ ที่สาดเข้ากระทบกับผิว จะทำให้ผิวคล้ำเสียไม่สม่ำเสมอ แถมยังทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัยอีกด้วย ถ้าจะให้ดีคุณควรพกแว่นกันแดดและร่มติดตัวเวลาออกจากบ้านด้วยแสงแดดจะได้ไม่กระทบผิวคุณโดยตรง


6. แต่งคิ้วให้สวยเด่น

      คิ้วของคุณมีผลกับรูปหน้ามาก ถ้าอยากให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้น ก็ควรจัดแต่งทรงคิ้วให้เข้ากับรูปหน้าของคุณ อย่างไรก็ตาม นอกจากรูปทรงของคิ้วแล้ว สีของคิ้วนั้นก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นควรย้อม หรือปัดสีคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้วให้เข้ากับสีผมของคุณ แล้วคุณสาวๆจะพบว่าไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเข้ม เพียงแค่คุณมีคิ้วที่โดดเด่น ใบหน้าคุณจะดูโดดเด่นขึ้นมาทันทีดังเช่นประโยคที่ว่า คิ้วเป็นมงกุฎของใบหน้า

7. อย่าปล่อยให้ผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

     ผมที่ชี้ฟูจะทำให้คุณสาวๆดูแก่และโทรมลง ฉะนั้น ควรดูแลผมของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ด้วยการสระผมเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อให้ผมของคุณดูนุ่มสลวยตลอดเวลา นอกจากนี้ ก็ควรจัดแต่งทรงผมของคุณให้ดูดี ด้วยการไดร์ผมให้เป็นทรง ดัดผม ยืดผม หรือมัดผมทำเป็นทรงสวย ๆ ต่าง ๆ ตามแต่โอกาสที่เหมาะสม

8. อารมณ์ดี มองโลกแง่บวก มีอารมณ์ขัน

      สังเกตคุณสาวๆที่อารมณ์ดี มองโลกในแง่บวก และมีอารมณ์ขันมักจะดูเด็กและสดใสอยู่เสมอ นอกจากช่วยให้สุขภาพจิตดี ส่งผลให้ผิวพรรณดีแล้ว ยังเป็นเสน่ห์ต่อผู้พบเห็น เพราะใครๆก็อยากอยู่ใกล้พูดคุย คบหากับคนที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เราได้เสมอ

9. เลือกรับประทาน

     ควรบริโภคมื้อเช้าทุกวัน เลือกอาหารไขมันต่ำ พยายามเลี่ยงอาหารมันๆ กะทิ หรือของทอด และควรทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างสม่ำเสมอ ลดการดื่มเครื่องดื่มมีคาเฟอีนให้น้อยลง งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

>>>>>>>คุณสาวๆ ที่บำรุงผิวพรรณหน้าตาให้สวยและดูดีแล้ว ก็อย่าลืมดูแลรูปร่างของตัวเองด้วยนะคะ เพราะการมีสุขภาพดี บุคลิกภาพดี จะส่งผลให้ ความรัก  การงาน ดีขึ้นอีกด้วย

ที่มา  

http://www.thaigoodview.com/node/100782
http://library.stou.ac.th/blog/?p=2723

http://www.uasean.com/nn/1221
http://women.kapook.com/view79373.html